เครนยกของแบบไหนเหมาะกับโรงงาน/โกดังของคุณ? เปรียบเทียบชัด

การเลือกเครนยกของสำหรับโรงงานหรือโกดัง ไม่ใช่แค่เลือกขนาดให้พอยกของได้เท่านั้น แต่ต้องดูว่า เหมาะกับพื้นที่ สภาพการทำงาน และการใช้งานจริงหรือไม่ เพราะหากเลือกผิด อาจส่งผลให้การทำงานติดขัด เสี่ยงต่อความปลอดภัย หรือเปลืองงบเกินความจำเป็น

ในบทความนี้ คุณจะได้รู้ว่า:

  • เครนยกของมีกี่ประเภท?
  • แต่ละแบบเหมาะกับโรงงาน/โกดังแบบไหน?
  • มีข้อดี-ข้อจำกัดอย่างไร?

 

เครนยกของมีกี่ประเภทหลัก?

ก่อนจะเลือกได้ว่าควรใช้แบบไหน เราต้องรู้จักประเภทเครนที่ใช้ในโรงงานและโกดังก่อน ซึ่งหลัก ๆ มีดังนี้:

1. Overhead Crane (เครนเหนือศีรษะ)

ลักษณะ: ติดตั้งรางอยู่ด้านบนของโครงสร้างอาคาร ใช้สำหรับยกของหนัก เคลื่อนที่ได้ตามแนวรางทั้งด้านข้างและตามความยาว

เหมาะกับ:

  • โรงงานผลิตขนาดกลาง-ใหญ่
  • งานยกซ้ำ ๆ ในแนวเส้นตรง
  • พื้นที่อาคารที่มีความสูงเพียงพอ

ข้อดี:

  • ใช้พื้นที่พื้นน้อย
  • ยกของหนักได้มาก (ตั้งแต่ 1–50 ตัน หรือมากกว่านั้น)
  • ปลอดภัย เพราะไม่มีส่วนที่เกะกะพื้นที่เดิน

ข้อควรพิจารณา:

  • ต้องออกแบบโครงสร้างรองรับ
  • ราคาสูงกว่าประเภทอื่นเล็กน้อย

2. Gantry Crane (เครนขาสูง / เครนประตู)

ลักษณะ: มีโครงสร้างขารูปตัว A ทั้งสองข้าง มีล้อเลื่อนเคลื่อนที่บนพื้น ไม่ต้องติดตั้งบนอาคาร

เหมาะกับ:

  • โกดังเปิด / พื้นที่นอกอาคาร
  • งานก่อสร้าง หรือพื้นที่ที่ไม่มีโครงสร้างอาคารรองรับ 

ข้อดี:

  • ไม่ต้องพึ่งโครงสร้างอาคาร
  • เคลื่อนย้ายได้ง่าย
  • ใช้ได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง

ข้อควรพิจารณา:

  • กินพื้นที่พื้นผิว
  • ต้องคำนึงถึงทางเดินของล้อและพื้นเรียบ

3. Jib Crane (เครนแขนหมุน)

ลักษณะ: แขนเครนหมุนรอบจุดศูนย์กลาง ใช้ในพื้นที่จำกัด หรือแนวรัศมี

เหมาะกับ:

  • โกดังขนาดเล็ก
  • งานยกของเฉพาะจุด เช่น ขึ้น-ลงจากเครื่องจักร
  • งานยกที่ไม่ต้องการเคลื่อนที่ไกล

ข้อดี:

  • ประหยัดพื้นที่
  • ติดตั้งง่าย
  • ราคาประหยัด

ข้อควรพิจารณา:

  • เคลื่อนที่ในวงจำกัด
  • รับน้ำหนักได้น้อยกว่าประเภทอื่น (โดยทั่วไปไม่เกิน 1–2 ตัน)

4. Monorail Crane (เครนรางเดี่ยว)

ลักษณะ: วิ่งตามแนวรางเดี่ยวตามเส้นทางที่กำหนด

เหมาะกับ:

  • โรงงานที่ต้องการเคลื่อนที่ในแนวเส้นเดียว
  • สายพานการผลิตที่มีทิศทางตายตัว

ข้อดี:

  • เหมาะกับพื้นที่แคบ
  • วางแผนเส้นทางได้ตามงานจริง
  • ยืดหยุ่นในระยะไกล

ข้อควรพิจารณา:

  • ใช้ได้เฉพาะเส้นทางที่กำหนด
  • ติดตั้งรางค่อนข้างถาวร

 

จะเลือกเครนยกของให้เหมาะกับงาน ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?

1. พื้นที่ใช้งาน (ในร่ม / กลางแจ้ง / เพดานสูง)

  • พื้นที่ต่ำ = ไม่ควรใช้ Overhead
  • กลางแจ้ง = เลือก Gantry Crane
  • พื้นที่แคบ = ใช้ Jib หรือ Monorail

2. น้ำหนักสิ่งของที่ต้องยก

  • <1 ตัน = Jib หรือ Monorail ก็พอ
  • 1–10 ตัน = Overhead หรือ Gantry
  • 10 ตัน = ควรพิจารณา Overhead เป็นหลัก

3. ลักษณะการยก (ยกซ้ำ ๆ, ยกเคลื่อนที่, วางจุดเดียว)

  • ยกซ้ำเป็นรอบ = ใช้ Monorail
  • เคลื่อนที่รอบโกดัง = Overhead
  • ยกจากรถเข้าพื้นที่ = Jib

 

เครนยกของแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด?

ประเภทเครน พื้นที่เหมาะสม น้ำหนักยก ข้อดีเด่น
Overhead โรงงานในร่ม, เพดานสูง 1–50 ตันขึ้นไป ยกได้หนัก เคลื่อนที่ไกล
Gantry กลางแจ้ง, ไม่มีโครงสร้าง 1–20 ตัน เคลื่อนย้ายอิสระ ไม่พึ่งอาคาร
Jib จุดยกเฉพาะ, พื้นที่แคบ ≤2 ตัน ประหยัด ติดตั้งง่าย
Monorail แนวยกตายตัว ≤5 ตัน เหมาะกับสายพานการผลิต

 

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าเครนแบบไหนเหมาะกับโรงงาน/โกดังของคุณ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ คือทางเลือกที่ช่วยประหยัดทั้งงบประมาณและเวลาในระยะยาว

 

FAQ รวมคำถามยอดฮิตก่อนตัดสินใจติดตั้งเครนโรงงาน

1: ถ้าเพดานโรงงานเตี้ยมาก (Low Headroom) สามารถติดตั้ง Overhead Crane ได้ไหม?

ติดตั้งได้โดยวิศวกรจะใช้รอกประเภท “Low Headroom Hoist” ซึ่งถูกออกแบบมาให้ตัวรอกกินพื้นที่ด้านบนน้อยที่สุด หรือใช้การติดตั้งคานเครนแบบแขวน (Underhung Crane) เพื่อเพิ่มระยะยกให้ได้มากที่สุดภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่

2: เครนโรงงานต้องมีการตรวจเช็กความปลอดภัย (ปจ.1) บ่อยแค่ไหน?

ตามกฎหมายแรงงานกำหนดให้ตรวจเช็กตามน้ำหนักยก:

  • 1 – 3 ตัน: ตรวจทุก 1 ปี
  • 3 – 50 ตัน: ตรวจทุก 6 เดือน
  • มากกว่า 50 ตัน: ตรวจทุก 3 เดือน การตรวจต้องดำเนินการโดยวิศวกรเครื่องกลที่มีใบอนุญาต (กว.) และมีการทดสอบน้ำหนัก (Load Test) เสมอ

3: ระหว่าง “รอกโซ่” กับ “รอกสลิง” แบบไหนทนทานและคุ้มค่ากว่ากัน?

ขึ้นอยู่กับการใช้งาน:

  • รอกโซ่ (Chain Hoist): เหมาะกับน้ำหนักไม่มาก (มักไม่เกิน 5 ตัน) ยกไม่สูงมากนัก ทนทานดูแลรักษาง่าย และราคาประหยัด
  • รอกสลิง (Wire Rope Hoist): เหมาะกับงานหนัก ยกสูง และต้องการความเร็วในการยกที่สม่ำเสมอ มีความนุ่มนวลในการเคลื่อนที่มากกว่ารอกโซ่

4: การเลือกติดตั้ง Gantry Crane (เครนขาสูง) ต้องเตรียมพื้นผิวอย่างไร?

พื้นผิวต้องมีความแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักกดทับของขาเครนและน้ำหนักที่ยก (Floor Loading) หากเป็นเครนขนาดใหญ่ต้องมีการวางรางเหล็กบนพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันพื้นทรุดซึ่งจะทำให้เครนเสียสมดุลและเกิดอุบัติเหตุได้

ปรึกษาเรื่องการเลือกเครนกับผู้เชี่ยวชาญของเรา เราคือผู้ให้บริการจำหน่ายและติดตั้ง เครนยกของครบวงจร พร้อมให้คำแนะนำตามลักษณะโรงงานของคุณ โดยทีมวิศวกรมืออาชีพและช่างผู้ชำนาญ

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.pandpsteel.co.th
ติดตาม Facebook : https://www.facebook.com/pandpsteel
เบอร์โทร 089-799-5598
Line ID : @pandpsteel (เติม @ ด้านหน้าด้วยนะครับ)
Line ID : https://lin.ee/9lRXvtZ